top of page

กุหลาบแห่งศรัทธาในรั้ววังหลวง: ลำนำชีวิตเจ้าจอมลม้าย อะหะหมัดจุฬา

  • 5 มี.ค.
  • ยาว 1 นาที
เจ้าจอมลม้าย                                                                    ภาพจาก หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ภ.สบ. 27M00063 และ ภ.สบ. 27M00061
เจ้าจอมลม้าย ภาพจาก หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ภ.สบ. 27M00063 และ ภ.สบ. 27M00061

ในบรรดาสตรีผู้สูงศักดิ์ที่พำนักอยู่ภายในเขตรั้วกำแพงพระบรมมหาราชวังสมัยรัชกาลที่ 5 ท่ามกลางกลิ่นอายของน้ำอบไทยและจารีตประเพณีอันเคร่งครัดของฝ่ายใน ยังมีกุลสตรีท่านหนึ่งที่ดำรงตนอย่างสง่างามพร้อมกับศรัทธาที่แตกต่าง "เจ้าจอมลม้าย" สตรีมุสลิมผู้สืบเชื้อสายมาจากต้นตระกูลขุนนางมุสลิมที่เก่าแก่ที่สุดสายหนึ่งของสยาม


การก้าวเท้าเข้าสู่เขตพระราชฐานของท่าน มิใช่เพียงภารกิจของกุลสตรีที่ต้องถวายตัวตามโบราณราชประเพณีเท่านั้น หากแต่เป็นการสืบสานปณิธานความจงรักภักดีของตระกูล "อะหะหมัดจุฬา" ที่มีต่อราชวงศ์จักรีมาหลายชั่วอายุคน ในฐานะธิดาของผู้นำศาสนาสูงสุด ท่านจึงเปรียบเสมือนตัวแทนแห่งศรัทธาที่เข้ามาถวายงานรับใช้ด้วยกิริยาที่เพียบพร้อม จนกลายเป็นที่ยอมรับในหมู่ข้าราชบริพารและเจ้านายฝ่ายใน เรื่องราวของท่านจึงไม่ใช่เพียงแค่บันทึกของพระสนมท่านหนึ่ง แต่คือจดหมายเหตุแห่งความลงตัวระหว่าง "ศรัทธา" และ "ความจงรักภักดี" ที่หยั่งรากลึกอยู่ในประวัติศาสตร์แผ่นดินสยาม


ปฐมบท: ดอกผลจากต้นไม้ใหญ่ "อะหะหมัดจุฬา"


หากจะสืบสาวราวเรื่องถึงที่มาของเจ้าจอมลม้าย เราต้องย้อนกลับไปมองที่ตระกูล "เฉกอะหมัด" หรือ "อะหะหมัดจุฬา" ซึ่งเป็นตระกูลที่ผูกพันกับราชสำนักสยามมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ท่านเป็นบุตรีของ พระยาจุฬาราชมนตรี (สิน อะหะหมัดจุฬา) ผู้นำศาสนาอิสลามลำดับที่ 7 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และคุณหญิงแพ


ภาพแผนผังแสดงลำดับสายตระกูลพระสนมมุสลิม จากบทความวิจัยของ พีรพัฒน์ เพชราบรรพณ์ (2566)
ภาพแผนผังแสดงลำดับสายตระกูลพระสนมมุสลิม จากบทความวิจัยของ พีรพัฒน์ เพชราบรรพณ์ (2566)

ในสายหมอกของวันวาน ท่านเจริญวัยขึ้นท่ามกลางความสงบเงียบของจวนเจ้าคุณจุฬาราชมนตรี ซึ่งเป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธาและจริยธรรมของมุสลิมสยาม ท่านได้รับการหล่อหลอมจิตใจให้ยึดมั่นในศาสนธรรมไปพร้อม ๆ กับการฝึกฝนจริตจะก้านอย่างชาววังชั้นสูง เนื่องจากบิดาของท่านเป็นขุนนางที่รัชกาลที่ 5 ทรงใกล้ชิดและไว้วางพระราชหฤทัยยิ่ง ในฐานะผู้ดูแลความร่มเย็นของพสกนิกรต่างศาสนาใต้ร่มพระบารมี

เมื่อท่านถึงวัยอันควร บิดาจึงได้นำท่านเข้าถวายตัวเพื่อรับราชการฝ่ายในสนองพระเดชพระคุณใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การถวายตัวครั้งนี้จึงมิใช่เพียงเรื่องส่วนตัวของกุลสตรีคนหนึ่ง หากแต่เปรียบเสมือนโซ่ทองที่คล้องใจระหว่างองค์กษัตริย์กับพสกนิกรมุสลิมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เป็นการยืนยันว่าไม่ว่าศรัทธาจะต่างกันเพียงใด ทุกคนต่างก็เป็นพสกนิกรใต้ร่มฉัตรเดียวกันอย่างแท้จริง


วิถี "นางใน" มุสลิม: เมื่อศรัทธาเบ่งบานในวังหลวง


ลองนึกภาพบรรยากาศในเขตพระราชฐานชั้นในที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบอันซับซ้อนและเคร่งครัด รัชกาลที่ 5 ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระวิสัยทัศน์กว้างไกลและทรงเป็นศาสนูปถัมภกของทุกศาสนา ได้พระราชทานโอกาสให้เจ้าจอมที่เป็นมุสลิมสามารถรักษาศีลธรรมและปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างเต็มภาคภูมิ โดยมิตรงทรงบังคับให้ละทิ้งอัตลักษณ์เดิมของตน ซึ่งพระบรมราโชบายนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เหล่านางในมุสลิมพำนักอยู่ในราชสำนักได้อย่างมีความสุขและเปี่ยมด้วยความจงรักภักดี


ภาพเจ้านายฝ่ายใน ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่สวนศิวาลัย ในพระบรมหาราชวัง ภาพจาก ราชพัสตราภรณ์ สำนักงานส่งเสริมเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จัดพิมพ์เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 12 สิงหาคม 2547
ภาพเจ้านายฝ่ายใน ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่สวนศิวาลัย ในพระบรมหาราชวัง ภาพจาก ราชพัสตราภรณ์ สำนักงานส่งเสริมเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จัดพิมพ์เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 12 สิงหาคม 2547

ตามราชประเพณีและบันทึกวิถีชีวิตชาววัง ทรงอนุญาตให้มีการจัดเตรียม "เครื่องเสวยฮาลาล" เป็นการเฉพาะ โดยพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ผู้ที่มีความรู้ในศาสนบัญญัติเป็นผู้ดูแลความสะอาดและถูกต้องตามหลักการอิสลาม และในเดือนรอมฎอนอันศักดิ์สิทธิ์ เมื่อถึงเวลาละศีลอด (อิฟตาร์) ก็มักจะมีการจัดเตรียมสำรับพิเศษส่งไปยังที่พักของท่าน ซึ่งแสดงถึงความละเอียดอ่อนขององค์เหนือหัวที่ทรง "เข้าพระราชหฤทัย" ในวิถีศรัทธาของพสกนิกรอย่างลึกซึ้ง ภาพของเจ้าจอมลม้ายที่นั่งล้อมวงทำงานฝีมือหรือปรุงเครื่องหอมร่วมกับเจ้าจอมท่านอื่นๆ โดยยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์แห่งศรัทธาและจริยธรรมของมุสลิมะฮ์ จึงเป็นภาพที่งดงามและสะท้อนถึงความศิวิไลซ์ของราชสำนักสยามในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี


หน้าที่และจริยวัตรอันเรียบง่าย


เจ้าจอมลม้ายปฏิบัติหน้าที่ถวายงานรับใช้ใกล้ชิดด้วยความเรียบร้อย วางตัวได้เหมาะสม มีความสุภาพนุ่มนวลตามแบบฉบับธิดาขุนนางผู้ใหญ่ แม้ท่านจะไม่มีพระราชโอรสหรือพระราชธิดาสืบสายเลือด แต่ชื่อของท่านได้ถูกจารึกไว้ในบัญชีรายนามฝ่ายในฐานะสตรีที่ได้รับเบี้ยหวัดเงินปีตามฐานันดรศักดิ์อย่างมีเกียรติจวบจนสิ้นรัชกาล

นอกจากงานในหน้าที่แล้ว ท่านยังเป็นผู้ประสานงานกลายๆ ระหว่างพระยาจุฬาราชมนตรี (บิดา) กับฝ่ายใน เมื่อมีงานการกุศลหรือพิธีการทางศาสนาอิสลามที่ทางราชสำนักทรงอุปถัมภ์ ท่านจึงเป็นเสมือน "สะพานแห่งวัฒนธรรม" ที่เชื่อมโยงสองโลกเข้าด้วยกันอย่างปราศจากรอยต่อ ในยามที่มีการเฉลิมฉลองงานมงคลหรือพิธีการสำคัญของทางศาสนาอิสลาม ท่านมักจะเป็นผู้ถ่ายทอดความหมายและจารีตอันละเอียดอ่อนให้ทางราชสำนักได้รับรู้ ทำให้สายสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์และผู้นำมุสลิมมิใช่เพียงเรื่องของราชการ แต่เป็นความผูกพันที่ถักทอผ่านความเข้าใจและการให้เกียรติซึ่งกันและกันอย่างลึกซึ้ง


ปัจฉิมบท: หวนคืนสู่ความสงบ ณ แผ่นดินบรรพชน


เมื่อผลัดแผ่นดินสู่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าจอมลม้ายได้ทูลลาออกจากวังหลวงเพื่อกลับไปใช้ชีวิตในบั้นปลาย ณ บ้านเดิมของสายสกุลอะหะหมัดจุฬา ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการบำเพ็ญกุศลและอบรมสั่งสอนลูกหลานในตระกูล ท่ามกลางบรรยากาศของชุมชนมุสลิมเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ท่านได้ถ่ายทอดประสบการณ์และระเบียบวินัยจากในรั้วในวังมาผสมผสานกับหลักการดำเนินชีวิตตามครรลองศาสนา กลายเป็นต้นแบบกุลสตรีที่ลูกหลานในตระกูลต่างให้ความเคารพรัก


สุสานมัสยิดต้นสน                                                                   ภาพจาก https://mgronline.com/travel/detail/9520000070828
สุสานมัสยิดต้นสน ภาพจาก https://mgronline.com/travel/detail/9520000070828

ท่านถึงแก่นิจกรรมอย่างสงบ ทิ้งไว้เพียงตำนานของสตรีมุสลิมผู้สง่างาม ร่างของท่านได้รับการฝังตามหลักศาสนาอิสลาม ณ มัสยิดต้นสน ซึ่งเป็นสุสานที่พำนักสุดท้ายของบรรพบุรุษสายตระกูลเฉกอะหมัดมานานนับร้อยปี ใต้เงาไม้ใหญ่และท่ามกลางเสียงสวดอาซานที่คุ้นเคย ร่างของท่านได้พักพิงอยู่อย่างสงบเคียงข้างเหล่าขุนนางผู้ใหญ่และผู้นำศาสนาในอดีต สถานที่แห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงสุสาน แต่เป็นอนุสรณ์สถานแห่งความสัมพันธ์อันยืนยาวระหว่างชาวไทยมุสลิมและสถาบันพระมหากษัตริย์ แม้วันนี้ร่างของท่านจะคืนสู่ดิน แต่เรื่องราวของ "เจ้าจอมลม้าย" ยังคงเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ยืนยันว่า ภายใต้ร่มพระบารมีของกษัตริย์สยาม ความแตกต่างทางศาสนามิใช่กำแพง แต่คือดอกไม้หลากสีที่ประดับให้สวนแห่งราชสำนักไทยงดงามและยั่งยืน


บรรณานุกรม


  • กุศล เอี่ยมอร่าม. "พระสนมมุสลิมในราชสำนักรัตนโกสินทร์." วารสารประวัติศาสตร์ (Journal of History). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://so01.tci-thaijo.org/index.php/JOH/article/view/156557

  • ขนิษฐา บัวงาม. นางในรัชกาลที่ ๕. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๕๑.

  • จักรพันธุ์ กังวาฬ. จุฬาราชมนตรี: ประวัติศาสตร์ผู้นำมุสลิมไทย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มติชน, ๒๕๔๙.

  • จดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. กรมศิลปากร (จัดพิมพ์).

  • พหุวัฒนธรรมสยาม. "สายสกุลอะหะหมัดจุฬา และพระยาจุฬาราชมนตรี (สิน)." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.sheikhahmad-chula.org

  • มุสลิมไทยโพสต์. "เจ้าจอมมุสลิมในรัชกาลที่ ๕." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://news.muslimthaipost.com/news/38225

  • ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย. ลูกท่านหลานเธอ ที่มาของนามสกุลพระราชทาน. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๕๓.

  • ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย. สตรีในราชสำนักสยาม. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๕๑.

  • สถาบันจุฬาราชมนตรี. "ลำดับสายสกุลจุฬาราชมนตรี (สิน อะหะหมัดจุฬา)." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://www.skmt.or.th

  • หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. เอกสารจดหมายเหตุชุดรัชกาลที่ ๕ กระทรวงวัง (ร.๕ ว.). (เอกสารชั้นต้นประเภทบัญชีรายนามฝ่ายในและการพระราชทานเบี้ยหวัด).

รวมบรวมและเรียบเรียงโดย Roi-Wela

 
 

เกี่ยวกับเรา

ติดต่อเรา

แนะนำข้อมูล

สนับสนุนโครงการหอประวัติศาสตร์มุสลิมไทย

  • Line
  • Facebook

อัตราโฆษณา

  • โฆษณาหน้าหลัก (Line)

  • โฆษณาใน Video

  • โฆษณาในบทความ

บริจาคสิ่งของประวัติศาสตร์

บริจาคภาพประวัติศาสตร์

เสนอบทความ

logo-bgW_edited.png

447 ถ. อรุณอมรินทร์ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600

©2025.ลิขสิทธิ์ของ หอประวัติศาสตร์มุสลิมไทย พัฒนาโดย ทีมคุณฟาอิ๊ก

bottom of page