top of page

‘ขุนนางมุสลิม’ ในแผ่นดิน 'สมเด็จพระนารายณ์มหาราช'

  • รูปภาพนักเขียน: ชัชวาล อรวัฒนะกุล
    ชัชวาล อรวัฒนะกุล
  • 14 พ.ย.
  • ยาว 1 นาที
ree

"มุสลิม เกิดบนแผ่นดินใด ก็ต้องสู้เพื่อแผ่นดินนั้น"  นั้นเป็นจริงเสมอ ในรัชสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช (ครองราชย์ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2199-11 กรกฎาคม พ.ศ.2231) เป็นรัชสมัยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ซึ่งมีขุนนางเป็นมุสลิมทั้งบู๊และบุ๊น ผู้ถือ ตราพระราชสีห์ และ ผู้ถือตราคชสีห์ ว่าราชการในตำแหน่งขุนนางชั้นเอกอุ เป็นเสาหลักราชอาณาจักร และค้ำบัลลังพระมหากษัตริย์ ค้ำจุนบ้านเมือง ทำงานเพื่อความรุ่งเรืองและความมีระเบียบของอาณาจักรอย่างเต็มความสามารถ แต่กลับเป็นหลายท่านไม่ได้การยกย่องที่คู่ควรกับบผลงาน บางท่านดูจะถูกด้อยค่า-ลดเกียรติ ทอนฐานะในอดีตเอาด้วยซ้ำ เพื่อให้มุสลิมรุ่นหลังในแผ่นดินได้กระหนักรู้ ขอหยิบยกมา ไล่เรียงดังนี้…


  • เจ้าพระยาอภัยราชา (ชื่น)* อัครมหาเสนาบดีมากประสบการณ์ อยู่ในตำแหน่งขุนนางชั้นเอกอุ สูงสุดในราชสำนักตั้งแต่อายุแค่ 30 ปี เป็นสมุหนายกคนเดียวในสยามจากอดีตจนปัจจุบัน ที่อยู่ในตำแหน่ง 4 พระมหากษัตริย์ คีอ สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง, สมเด็จเจ้าฟ้าไชย สมเด็จพระศรีสุธรรมราชา และ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่สำคัญ ในสามรัชสมัยแรกนั้น ตำแหน่งมสุหนายกของท่านชื่น เป็นผู้นำของเสนาบดี-ขุนนางหัวเมืองทั้งหมดทั่วราชอาณาจักร อยู่ในตำแหน่งผ่านการผลัดแผ่นดิน-ผ่านรัชสมัย ชี้ให้เห็นถึงทักษะความสามารถในเกมการเมืองเป็นอย่างสูง *ท่านชื่น เป็นบุตรของ เจ้าพระยาบวรราชนายก (เฉกอะหมัด) มีบุตรชาย คือ เจ้าพระยาชำนาญภักดี (สมบุญ) ตำแหน่งสูงสุด ที่ สมุหนายก เช่นกัน


  • เจ้าพระยาศรีไสยหาญณรงค์ (ยี)* เป็นขุนศึกที่กล้าหาญและฝีมือดี ถูกเรียกขานจากชาวตะวันตกในสยามยุคนั้น ‘เจ้าคุณคนใหญ่’ ด้วยความที่เป็นขุนนางศักดินาสูงตั้งแต่อายุยังน้อย แถมบ้านรวย เป็นบุตรคนโตของมหาเศรษฐีแห่งยุค คือ พระยาศรีเนาวรัตน์ จึงเป็นเป็นที่เกรงใจ ตั้งจากขุนนางราชสำนักและพ่อค้าวาณิช ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็น ผู้สำเร็จราชการเมืองตะนาวศรี หัวเมืองหน้าศึก ซึ่งขณะนั้นชาติล่าอาณานิคมตะวันตกหมายยึดครอง ท่านยี เป็นเจนศึก เปรียบเหมือน หนึ่งในดาบที่คมที่สุด ของสมเด็จพระนารายณ์ ถูกเลือกในภารกิจนี้ *ท่านยี เป็นพี่ชายของ พระยาจุฬาราชมนตรี (แก้ว)


  • พระยารามเดโช (ชู/หวาน, โต๊ะหวาน)* ขุนนางนักรบ-มากบารมีที่สุดคนหนึ่งในรัสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ถูกส่งเป็น เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ในช่วงที่หัวเมืองใต้ระสับระสาย หมู่เกาะ-เมืองใต้แหลมมลายู เริ่มอยู่ใต้อิทธิพลชาติวันตก และเมืองนครศรีธรรมราชในการกำกับดูแลของท่านชู ถือเป็นยุคที่เมืองนครรุ่งเรืองรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง *ตาม พระไอยการตำแหน่งนาพลเรือน นาทหาร เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช หัวเมืองชั้นเอก เจ้าเมือง ต้องมีบรรณาศักดิ์ชั้น เจ้าพระยา ดังนั้นต้องมีมีราชทินนาม ที่ เจ้าพระยาศรีธรรมราช ชาติเดโชไชยมไหสุริยาธิบดี อภิพิริยบรากรมพาหุ ศักดินา 10000 ขุนนางชั้นเอกอุ-เทียบเท่าเสนาบดี ไม่ใช่ชั้น พระยา ส่วนคำว่า หวาน, โต๊ะหวาน เป็นได้ทั้งคำนาม และ สรรพนาม หมายถึง พ่อของพ่อ คือ ปู่, พ่อใหญ่ บุคคลที่ถูกใช้สรรพนามนี้ ย่อมเป็นที่เคารพนับถืออย่างสูง (บางพื้นที่ใช้คำว่า บัน หรือ โต๊ะบัน)


  • พระยายมราช(สังข์)* ขุนศึกอีกท่านซึ่งเป็นผู้ที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชไว้วางพระทัยอีกคน ถูกส่งไปครองเมืองที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชโปรดเกล้าให้สร้างเมืองใหม่ ทรงรวมชื่อเมืองโคราฆะและเมืองเสมา แล้วพระราชทานนามเมืองใหม่ว่า เมืองนครราชสีมา ท่านสังข์ เป็นผู้กำกับดูแลการสร้างเมือง และเป็นเจ้าเมืองนครราชสีมาคนแรก (ทูตฝรั่งเศส ซีมง เดอ ลา ลูแบร์ (Simon de La Loubère) บันทึกไว้ใน จดหมายเหตุ ลา ลูแบร์ (Du Royaume de Siam)


น่าแปลกใจ ที่ พระยายมราช(สังข์) เจ้าเมืองนครราชสีมาคนแรก และปกครองเมือง 14-15 ปี กลับมีความสำคัญน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ในหน้าประวัติศาสตร์ของจังหวัดนครราชสีมา  *ท่านสังข์ มุสลิมเชื้อสายจาม เช่นเดียวกับชาวมุสลิมชุมชนบ้านครัวในกาลต่อมา


  • พระยาราชบังสัน(ฮัซซัน/ฮาซัน)* หรือ พระยาราชบังสันเสนีฯ ว่าที่แม่ทัพเรือ ได้รับการไว้วางเทียบเท่าเสนาบดี รวมทั้งว่าที่สมุกลาโกม ด้วยความสัมพันธ์กับหลายหัวเมืองทางใต้ ท่านฮัซซันได้สร้างกองเรือให้เท่าทันกองเรือจากชาติตะวันตกในยุคนั้น ออกพระศักดิ์สงคราม* (โกลด เดอ ฟอร์แบ็ง-การ์ดาน : Claude de Forbin-Gardanne) ทหารเรือชาวฝรั่งเศส ที่เป็นทั้งสหายร่วมงานและคู่ขัดแย้งในกาลต่อมา ได้เล่าถึงว่า “ออกยาบังซัน เป็นคนเก่ง โดดเด่น อ่อนน้อม มีชีวิตชีวา และตื่นตัว เป็นที่เคารพนับถือจากเหล่าทหารมะฮาหมัดมลายู กองอาสาอื่นๆ รับราชการเจริญยศศักดิ์สูง ตั้งแต่อายุยังน้อย”  *ท่านฮัซซัน บุตรชายคนเล็กของ สุลต่านสุลัยมาน ส่วนบันทึกชีวิตและงานของ  ออกพระศักดิ์สงคราม อยู่ในหนังสือชื่อ His Memories ภายหลังเดินทางกลับฝรั่งเศส รับราชการในกองทัพเรือฝรั่งเศส จนมียศ พลเรือเอก


ขุนนางชั้นสูง ที่เป็นมุสลิมทุกท่านที่เอ่ยนามมานี้ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้อาณาจักรอยุธยา ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชรุ่งเรืองรอบดาน เป็นอาณาจักรที่เข้มแข็งทรงอำนาจที่สุดของภูมิภาคอุษาคเนย์ ในศตวรรษที่ 17 


*ภาพ ราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ยื่นถวายพระราชสาสน์ต่อสมเด็จพระนารายณ์ที่พระที่นั่งสรรเพชญ์ปราสาท เมืองลพบุรี แผ่นดินสยามในสมัย สมเด็จพระนารายณ์
*ภาพ ราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ยื่นถวายพระราชสาสน์ต่อสมเด็จพระนารายณ์ที่พระที่นั่งสรรเพชญ์ปราสาท เมืองลพบุรี แผ่นดินสยามในสมัย สมเด็จพระนารายณ์


 
 

เกี่ยวกับเรา

ติดต่อเรา

แนะนำข้อมูล

สนับสนุนโครงการหอประวัติศาสตร์มุสลิมไทย

  • Line
  • Facebook

อัตราโฆษณา

  • โฆษณาหน้าหลัก (Line)

  • โฆษณาใน Video

  • โฆษณาในบทความ

บริจาคสิ่งของประวัติศาสตร์

บริจาคภาพประวัติศาสตร์

เสนอบทความ

logo-bgW_edited.png

447 ถ. อรุณอมรินทร์ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600

©2025.ลิขสิทธิ์ของ หอประวัติศาสตร์มุสลิมไทย พัฒนาโดย ทีมคุณฟาอิ๊ก

bottom of page