ถอดรหัสลับ 'ปสาน-บาซาร์' ในศิลาจารึก
- Danish Seksan
- 26 ธ.ค. 2568
- ยาว 2 นาที
หลักฐานมุสลิมที่ซ่อนอยู่ ชี้ชัดการติดต่อกับ 'แขก' ในยุคพ่อขุนรามคำแหง

สุโขทัยเมืองที่หลายคนคุ้นเคยในภาพของ "รุ่งอรุณแห่งความสุข" และเป็นรากฐานของความเป็นไทย ที่เจริญรุ่งเรืองด้วยพระพุทธศาสนา... แต่รู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังความสงบนี้ สุโขทัยคือ ศูนย์กลางการค้าที่เปิดรับการติดต่อกับโลกภายนอกอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้าขายกับพ่อค้าจากโลกมุสลิม
ชาวมุสลิมและศาสนาอิสลามเข้ามามีบทบาทในสุโขทัยตั้งแต่ยุคแรกจริงหรือ?
เราจะใช้หลักฐานสำคัญสองชิ้นมาเป็นกุญแจในการถอดรหัส 1. คำว่า "ตลาดปสาน" ใน ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง หลักที่ 1 ที่นักวิชาการเชื่อว่ามาจากภาษาเปอร์เซีย "บาซาร์" และ 2. การจำแนก "แขก" หลายกลุ่มในวรรณกรรม ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ (เรื่องนางนพมาศ)
ถอดรหัสหลักฐานที่ 1: ตลาด 'ปสาน-บาซาร์' กุญแจไขความลับ
กุญแจสำคัญที่สุดในการเชื่อมโยงสุโขทัยเข้ากับโลกมุสลิม ซ่อนอยู่ในถ้อยคำสั้น ๆ ของ ศิลาจารึกหลักที่ 1 ด้านที่ 3 บรรทัดแรก ที่กล่าวถึงบริเวณ "เบื้องตีนนอนเมืองสุโขทัยนี้ มี ตลาดปสาน ขาย..."
คำว่า "ตลาดปสาน" นี่แหละค่ะที่จุดประเด็นถกเถียงครั้งใหญ่ในหมู่นักวิชาการ โดยคำนี้ถูกสันนิษฐานว่าไม่ใช่คำไทยพื้นเมือง แต่เป็นการรับคำยืมมาจากภาษาต่างประเทศ
ปสาน = บาซาร์? นักภาษาศาสตร์เชื่อว่าคำว่า "ปสาน" (Pasān) มีที่มาจากคำในภาษาเปอร์เซียว่า "บาซาร์" (Bazar) ซึ่งหมายถึง ตลาดใหญ่ หรือศูนย์กลางการค้าขายที่คึกคักในโลกมุสลิมตั้งแต่ตะวันออกกลางไปจนถึงอินเดีย

ความสำคัญทางภาษา: หากข้อสันนิษฐานนี้เป็นจริง นั่นหมายความว่า อิทธิพลทางการค้าของพ่อค้ามุสลิม (ชาวเปอร์เซียหรืออาหรับ) นั้นแข็งแกร่งมาก จนสามารถทำให้คำศัพท์ภาษาต่างชาติถูกนำมาใช้เป็นคำเรียกสถานที่ทางการค้าในอาณาจักรสุโขทัย ซึ่งเป็นอาณาจักรหลักของสยามในยุคนั้นได้
นโยบายการค้า: การมี "ตลาดปสาน" ยังสะท้อนถึงนโยบายการค้าแบบเสรีของพ่อขุนรามคำแหง ที่ทรงเปิดกว้างให้มีการค้าขายอย่างคึกคัก ไม่ว่าจะเป็น "ใครจักใคร่ค้า ช้างค้า ใครจักใคร่ค้า ม้าค้า..." ทำให้สุโขทัยกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการค้าสำคัญ
ดังนั้น การเข้ามาของพ่อค้ามุสลิมเชื้อสายเปอร์เซียหรืออาหรับซึ่งเป็นกลุ่มที่ควบคุมเส้นทางการค้าทางทะเลเชื่อมต่อกับอินเดียและตะวันออกกลางจึงเป็นเรื่องปกติ
หลักฐานทางภาษาจากศิลาจารึกนี้จึงไม่ใช่แค่บอกว่าสุโขทัยมีตลาดที่คึกคักเท่านั้น แต่ยังเป็น หลักฐานทางภาษาที่ทรงพลัง ในการยืนยันร่องรอยการติดต่อกับชนชาติมุสลิมในยุคสุโขทัยผ่านกลไกทางเศรษฐกิจมาตั้งแต่แรกเริ่ม ซึ่งเป็นรากฐานของการมีอยู่ของชาวมุสลิมในราชอาณาจักรสยามในยุคต่อมา
ถอดรหัสหลักฐานที่ 2: การจำแนก “แขก” ในวรรณกรรมร่วมสมัย
หลักฐานชิ้นที่สองที่เราจะนำมาเติมเต็มภาพความสัมพันธ์นี้ มาจากวรรณกรรม ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ (เรื่องนางนพมาศ) ซึ่งแม้จะไม่ได้อยู่ในศิลาจารึกโดยตรง แต่ก็สะท้อนถึงความรู้และความตระหนักรู้ของราชสำนักสยามต่อโลกภายนอกในยุคนั้น

การรับรู้ชนชาติที่หลากหลายในราชสำนัก
ความน่าสนใจคือการที่วรรณกรรมนี้ได้กล่าวถึงการเขาร่วมพิธีสำคัญของราชสำนัก โดยมีการระบุถึงชนชาติต่าง ๆ ที่เข้ามาติดต่อค้าขายหรือตั้งถิ่นฐานอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มชนที่ถูกเรียกว่า “แขก” ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกผู้ที่มาจากโลกตะวันตก (อินเดีย ตะวันออกกลาง) และผู้นับถือศาสนาอิสลามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไว้อย่างละเอียด:
...แขกอาหรับภาษาหนึ่ง แขกสุนหนี่ภาษาหนึ่ง แขกมลายูภาษาหนึ่ง แขกจามภาษาหนึ่ง...
การจำแนกอย่างละเอียดนี้ยืนยันว่า ราชสำนักสยามในยุคนั้นไม่ได้มองชาวมุสลิมเป็นเพียง “คนต่างชาติ” ทั่วไป แต่มีความเข้าใจลึกซึ้งถึงขนาดที่ จำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ (อาหรับ, มลายู, จาม) และอาจรวมถึงสำนักคิดทางศาสนา (สุนหนี่) ของมุสลิมที่เข้ามาติดต่อค้าขายในอาณาจักรได้อย่างชัดเจน
แขกอาหรับ: ชาวอาหรับจากคาบสมุทรอาระเบีย ซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่บุกเบิกเส้นทางการค้าทางทะเล
แขกสุนหนี่: อาจหมายถึงชาวมุสลิมนิกายสุนหนี่ ซึ่งเป็นนิกายหลักที่แพร่หลายในโลกอิสลาม
แขกมลายู: ชาวมุสลิมจากคาบสมุทรมลายูและหมู่เกาะอินโดนีเซีย ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการค้าเครื่องเทศ
แขกจาม: ชาวมุสลิมจากอาณาจักรจามปา (ในเวียดนามปัจจุบัน) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรับราชการทหารและการค้า
หลักฐานจากวรรณกรรมจึงมาช่วยยืนยันเสริมหลักฐานทางภาษาจาก "ตลาดปสาน" ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ว่าในยุคสุโขทัยนั้น ชาวมุสลิมหลากหลายเชื้อชาติได้เข้ามาปักหลักและมีปฏิสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอาณาจักรสยามอย่างแน่นแฟ้น
การสืบเนื่องจากเส้นทางสายไหมทางทะเล
การปรากฏตัวของชาวมุสลิมในสุโขทัยนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือเรื่องใหม่ แต่เป็น การสืบเนื่อง จากเครือข่ายทางการค้าทางทะเลของชาวอาหรับและเปอร์เซียที่มีมาอย่างยาวนานในดินแดนสุวรรณภูมิ การค้ากับโลกอิสลามได้เริ่มต้นขึ้นแล้วตั้งแต่สมัยอาณาจักรทวารวดีและศรีวิชัยแล้ว (มีหลักฐานเช่นการพบเหรียญอาหรับที่เมืองโบราณอู่ทอง หรือโบราณวัตถุที่คลองท่อม) ดังนั้น เมื่อมาถึงยุคสุโขทัยซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางการค้าบนบก การเข้ามาของพ่อค้าเหล่านี้จึงเป็นไปตามกลไกทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงระหว่างภาคกลางและภาคใต้
กุญแจสำคัญสู่ความเข้าใจใหม่
การมีอยู่ของคำยืม “ตลาดปสาน” และกลุ่มชาติพันธุ์ “แขก” ในยุคสุโขทัยตอกย้ำว่า ประวัติศาสตร์มุสลิมในประเทศไทยมีราฐานที่เก่าแก่และซับซ้อนกว่าที่เราเคยรับรู้ โดยไม่ได้เริ่มต้นที่อยุธยา แต่ได้ฝังรากอยู่ในเครือข่ายทางการค้าและวัฒนธรรมของรัฐสยามมาตั้งแต่ยุคเริ่มแรกอย่างสุโขทัย
การศึกษาในแง่มุมนี่จึงไม่เพียงแต่เป็นการขยายขอบเขตประวัติศาสตร์ของชุมชนมุสลิมเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดเผยความหลากหลายทางพหุวัฒนธรรมและความรุ่งเรืองทางการค้าของอาณาจักรสุโขทัยในมุมมองที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วย
บรรณาธิการอ้างอิง
กรมศิลปากร. (2521). จารึกพ่อขุนรามคำแหง. (ฉบับพิมพ์จำลอง). กรมศิลปากร.
กรมศิลปากร. (2564). นิตยสาร ศิลปากร ปีที่ 64 ฉบับที่ 3 (พฤษภาคม - มิถุนายน 2564). [PDF]. สืบค้น [ 3 ธันวาคม 2568], จาก http://www.finearts.go.th/storage/contents/2021/09/file/BA9jDpL1hWTopZAcOaLuoVyCr97TO1OnPdw996vI.pdf
โคตรสุโน, ช. (2549). อิสลามในประเทศไทย: ความหลากหลายทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ.
ประชุมพงศาวดาร ฉบับกาญจนาภิเษก. (2542). ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ (เรื่องนางนพมาศ). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภา.
ปสาน. (ม.ป.ป.). ใน วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. สืบค้น [3 ธันวาคม 2568], จาก https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%99
พิชิต ศรสุข. (2539). "คำว่า 'ปสาน' ในจารึกพ่อขุนรามคำแหง." วารสารศิลปากร, 39(3), 14-23.
สุนิติ จุฑามาศ. (2566). "พิธีฮัจญ์แรกของชาวมุสลิมเอเชียอาคเนย์: หลักฐานจากเอกสารอาหรับศตวรรษที่ 12." วารสารมานุษยวิทยาสิรินธร, 2566 (ฉบับพิเศษ), 1-25.
สุจิตต์ วงษ์เทศ. (2566, 10 มิถุนายน). "ภาษาเปอร์เซีย เหตุใดจึงมาปรากฏในศิลาจารึก 'พ่อขุนราม' ?." ศิลปวัฒนธรรม. สืบค้น [12 ธันวาคม 2568], จาก https://www.silpa-mag.com/history/article_2023
สำนักบรรณสารและสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (ม.ป.ป.). ตลาดโบราณในสยาม: ตลาดปสานในสุโขทัย. สืบค้น [3 ธันวาคม 2568], จาก http://library.stou.ac.th/wp-content/odi/siam-markets/pa-ta-lad-bo-ran/page_2.html
Vallibhotama, S. (2000). "The Islamic Presence in Early Southeast Asian Trade Routes." The Journal of the Siam Society, 88(1/2), 85-102.



