รหัสลับใต้ผืนผ้าประเจียดถอดผังรบอักขระอาหรับ พลิกตำนานทหารมุสลิมคู่พระทัยพระเจ้าตาก
- ชัชวาล อรวัฒนะกุล
- 15 นาทีที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที

1. บทนำ: ศาสตราคมภายใต้รหัสลับ ยุทธศาสตร์ใต้ผืนผ้าประเจียด
ท่ามกลางบรรยากาศความวุ่นวายของเปลวไฟที่โหมกระหน่ำและการล่มสลายของกรุงศรีอยุธยา หน้าประวัติศาสตร์ไทยได้จารึกชื่อของ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เอาไว้ในฐานะมหาราชผู้กอบกู้เอกราชด้วยยุทธวิธีที่ทั้งเด็ดขาดและรวดเร็ว ปกติแล้วพวกเรามักจะคุ้นเคยกับภาพลักษณ์ของพระองค์ในมุมของนักรบผู้กล้า
แต่ท่ามกลางความลี้ลับของศาสตร์มืดและพลังแห่งศรัทธาเหล่านั้น กลับมีวัตถุชิ้นหนึ่งที่ซ่อนความลับที่แยบยลเอาไว้ นั่นก็คือ "ผ้าประเจียด" ที่ทหารใช้โพกศีรษะหรือพันแขนยามออกศึกนั่นเองค่ะ หากเรามองเพียงผิวเผิน ผืนผ้านี้อาจจะดูเหมือนเครื่องรางทั่วๆ ไปที่ลงอักขระเลขยันต์เอาไว้เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ แต่พอมาลองถอดรหัสในเชิงประวัติศาสตร์ดูแล้ว เรากลับพบสิ่งที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่านั้นค่ะ เพราะบนผืนผ้าบางฉบับมีการซ่อน "ผังการจัดทัพ" ที่จารึกด้วยอักษรอาหรับและเปอร์เซียไว้อย่างแนบเนียนทีเดียว
รหัสลับเหล่านี้ไม่ใช่แค่บทสวดขอพรธรรมดา แต่คือโครงสร้างกองกำลังที่เป็นระบบระเบียบ ซึ่งถูก "เข้ารหัส" เอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้พวกข้าศึกล่วงรู้ยุทธวิธีของเราได้ การที่พบผังจัดทัพภาษาอาหรับมาปรากฏอยู่บนวัตถุมงคลของไทยแบบนี้ จึงกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันให้เราเห็นว่า กองทัพของพระเจ้าตากสินไม่ได้รบด้วยเพียงแค่ความเชื่อหรือพละกำลังเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการผสมผสานระหว่าง "ศาสตราคม" และ "ยุทธศาสตร์ระดับสากล" โดยการเปิดรับภูมิปัญญาจากต่างแดนมาใช้ในการกอบกู้แผ่นดินได้อย่างชาญฉลาดสุดๆ เลยค่ะ
2. บริบททางประวัติศาสตร์: ทำไมต้องเป็นภาษาอาหรับ?
การรวบรวมไพร่พลเพื่อกอบกู้เอกราชของพระเจ้าตากสินนั้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ชาวไทยเท่านั้นนะคะ แต่พระองค์ทรง "ซื้อใจ" และหลอมรวมผู้คนหลากเชื้อชาติเข้าด้วยกันอย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มพี่น้องมุสลิมที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับราชสำนักไทยมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยอยุธยา ซึ่งในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยาจนถึงกรุงธนบุรี ชาวมุสลิมได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในฐานะ "กองอาสาแขกเทศ" ผู้มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านการเดินเรือ การค้า และยุทธวิธีทหารจากตะวันออกกลางค่ะ
มิตรภาพที่เหนือกว่าความต่างทางศรัทธา: ในช่วงที่พระองค์ทรงรวบรวมกำลังพลที่จันทบุรีและตราด ทรงได้รับความช่วยเหลืออย่างมากจากพ่อค้าและนักรบมุสลิมที่มีอิทธิพลในแถบชายฝั่งทะเลตะวันออก ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้เองที่เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างและควบคุมกองเรือรบ เพื่อล่องกลับมาโจมตีพม่าที่ค่ายโพธิ์สามต้นได้สำเร็จค่ะ
กองกำลังมุสลิมคู่พระทัย (The Elite Guard): พระเจ้าตากสินทรงมีทหารคู่ใจที่เป็นชาวมุสลิมจากสายตระกูลสำคัญจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่สืบเชื้อสายมาจาก "เฉกอะหมัด" อย่างเช่น พระยาราชวังสัน และกลุ่มขุนนางมุสลิมในกรมกองอาสาแขกเทศ ความไว้วางใจนี้เห็นได้ชัดจากการที่พระองค์ทรงยอมให้มีการจารึกผังการจัดทัพ ซึ่งถือเป็นความลับสูงสุดทางการทหาร ลงบนผ้าประเจียดร่วมกับอักขระทางศาสนาเลยทีเดียว
ภาษาที่เป็นมากกว่าการสื่อสาร แต่คือรหัสลับ (Cryptography): ในสมัยนั้น ภาษาอาหรับถือเป็นภาษาที่ซับซ้อนและมีคนรู้น้อยมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเลือกใช้ภาษาอาหรับกำกับผังจัดทัพจึงทำหน้าที่เป็นเหมือน "การเข้ารหัสลับ" ทางการทหารชั้นยอด เพราะในขณะที่สายลับฝ่ายศัตรูอาจจะพอเข้าใจภาษาไทยหรือบาลี-สันสกฤตได้บ้าง แต่อักขระอาหรับที่ดูแปลกตานี้จะกลายเป็นรหัสที่ยากต่อการถอดรหัสสุดๆ ผังรบนี้จึงเปรียบเสมือนแผนที่ยุทธศาสตร์ที่ถูก "ล็อกกุญแจ" เอาไว้ โดยจะมีเพียงพระองค์และแม่ทัพชั้นสูงเท่านั้นที่ถือลูกกุญแจในการตีความค่ะ
3. เจาะลึกผังจัดทัพและตำแหน่งทหารรักษาพระองค์ 21 ตำแหน่ง
ผังจัดทัพที่ปรากฏบนผ้าประเจียดนี้ไม่ได้วางตำแหน่งกันเล่นๆ นะคะ แต่เป็นการวางขบวนรบแบบ "สี่เหลี่ยมจัตุรัส" ที่มีระบบระเบียบสูงมาก โดยมีองค์พระมหากษัตริย์เป็นศูนย์กลางของกองทัพ อักขระอาหรับที่ปรากฏจะทำหน้าที่ระบุทั้งนามและหน้าที่ของเหล่า "ยอดทหาร" ที่ถูกคัดสรรมาเพื่ออารักขาพระองค์โดยเฉพาะ ดังนี้ค่ะ:

ลำดับ 1 - 4: สี่ทหารเสือผู้คุมทิศ ประกอบด้วย หลวงศักดิ์, หลวงสิทธิ์, หลวงฤทธิ์ และหลวงเดช ซึ่งทั้ง 4 ท่านนี้ทำหน้าที่คุมทิศหลักรอบพระองค์ ทั้งหน้า-หลัง-ซ้าย-ขวา เพื่อเป็นด่านหน้าในการรับศึกค่ะ
ลำดับ 5 - 8: กลุ่มหัวหมู่มงคล เป็นตำแหน่งของ จ่าเรศวร์, จ่ารงค์, จ่ายง และจ่ายวด หรือในบางตำราจะใช้ชื่อมงคลชุดแรกคือ อิน, จัน, มั่น, คง เพื่อเน้นความแข็งแกร่งและความซื่อสัตย์ค่ะ
ลำดับ 9 - 12: กลุ่มนายหมวดกองหนุน ได้แก่ นายกวด, นายเสน่ห์, นายเล่ห์อาวุธ และนายสุจินดา หรือกลุ่มชื่อ อิน, จัน, มั่น, คง ชุดที่สองที่คอยเป็นกองหนุนชั้นใน
ลำดับ 13 - 16: องครักษ์ประจัญบาน นี่คือกลุ่ม อิน, จัน, มั่น, คง ชุดที่ใกล้ชิดพระวรกายมากที่สุด ทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดส่วนพระองค์ที่ต้องพร้อมถวายชีวิตอารักขาในสมรภูมิค่ะ
ลำดับ 17 - 18: ผู้ถือธงนำขบวน เป็นตำแหน่งของ พระยาราชวังสัน และขุนนางมุสลิมชั้นสูง ซึ่งทำหน้าที่ถือ ธงช้าง และธงริ้ว นำขบวนเสด็จ สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของทหารกองอาสาแขกเทศค่ะ
ลำดับ 19 - 20: ปราการด่านสุดท้าย ระบุถึงกองกำลัง "วชิรปราการ" หรือชื่อเดิมของพระเจ้าตากสิน ซึ่งหมายถึง "กำแพงเพชร" ที่คอยคุ้มกันส่วนหลัง ไม่ให้ศัตรูเข้าถึงตัวพระองค์ได้ค่ะ
ลำดับ 21: หัวใจของกองทัพ คือจุดศูนย์กลางของผัง ซึ่งหมายถึง องค์พระมหากษัตริย์ หรือในรหัสลับมักจะใช้สัญลักษณ์ "พยัคฆราช" (เสือ) แทนปีพระราชสมภพของพระองค์นั่นเองค่ะ
4. ถอดรหัสข้อความภาษาอาหรับและพลังแห่งความเชื่อ
นอกจากรายชื่อตำแหน่งทหารทั้ง 21 จุดที่วางไว้อย่างเป็นระบบแล้ว ในผังจัดทัพบนผ้าประเจียดนี้ยังมีสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยนั่นคือ "โองการศักดิ์สิทธิ์" ค่ะ ข้อความเหล่านี้ถูกจารึกไว้เพื่อเสริมอำนาจ สร้างขวัญกำลังใจ และสะกดขวัญศัตรูในยามออกศึก โดยแต่ละส่วนมีความหมายที่ลึกซึ้งและทรงพลังมากทีเดียว:
· نَصْرٌ مِّنَ اللَّهِ وَفَتْحٌ قَرِيبٌ (Nasrun minallahi wa fathun qarib): มีความหมายว่า "ความช่วยเหลือมาจากอัลลอฮ์ และชัยชนะนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม"
· يَا فَتَّاحُ (Ya Fattahu): มีความหมายว่า "โอ้ ผู้ทรงเปิดทางสู่ชัยชนะ"
· يَا حَفِيظُ (Ya Hafizu): มีความหมายว่า "โอ้ ผู้ทรงปกป้องคุ้มครอง"
· يَا عَزِيزُ (Ya Azizu): มีความหมายว่า "โอ้ ผู้ทรงอำนาจ" เพื่อสะกดขวัญศัตรู
ความน่าทึ่งคือในแต่ละช่อง นอกจากชื่อตำแหน่งแล้ว ยังมีการใช้อักษร "Qaf" (ق) ที่สื่อถึงความเข้มแข็ง (Quwwah) กำกับไว้ที่ตำแหน่งแม่ทัพด้วย
5. นัยสำคัญทางยุทธศาสตร์: ศาสตร์แห่งการรบไร้พรมแดน
การปรากฏอยู่ของผังจัดทัพอักขระอาหรับบนผ้าประเจียด ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความเชื่อหรือการจารึกภาษาแปลกตาเพื่อความขลังเท่านั้นนะคะ แต่ยังมีนัยสำคัญทางยุทธศาสตร์ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ทันสมัยใน 3 มิติหลักด้วยกันค่ะ:
ความเป็นสากลและความหลากหลาย: สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงเป็นผู้นำที่ทันสมัยและไม่ปิดกั้นทางความคิดเลยค่ะ ทรงเปิดรับวิทยาการทางทหารจากหลากหลายอารยธรรมมาปรับใช้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ปืนไฟจากฝั่งฝรั่งเศส ยุทธวิธีทางน้ำที่ได้รับอิทธิพลจากจีน หรือแม้แต่ผังการจัดทัพที่ได้แรงบันดาลใจมาจากตะวันออกกลาง การผสมผสานศาสตร์เหล่านี้เข้าด้วยกัน ทำให้กองทัพไทยในขณะนั้นมีรูปแบบการรบที่ยืดหยุ่นและเป็นสากลมากทีเดียวค่ะ
จิตวิทยาการรบและการหลอมรวมศรัทธา: ในสนามรบที่เต็มไปด้วยผู้คนหลากเชื้อชาติ "ขวัญและกำลังใจ" คือสิ่งที่สำคัญที่สุดค่ะ ซึ่งผ้าประเจียดผืนนี้ทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์รวมใจได้อย่างแยบยลมาก สำหรับทหารมุสลิม อักขระอาหรับคือสัญลักษณ์แห่งศรัทธาและการปกป้องจากพระเจ้า ส่วนทหารไทยก็มองว่าเป็นผ้ายันต์ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อดั้งเดิม การรวมศูนย์จิตใจทหารทุกเชื้อชาติเข้าด้วยกันแบบนี้ คือพลังขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้กองทัพธนบุรีมีความสามัคคีและเข้มแข็งอย่างสูงค่ะ
การจัดทัพแบบโมเดิร์น (Modern Tactics): ผังนี้แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการกองกำลังที่เป็นระบบระเบียบสูงเกินกว่ายุคสมัยนั้นมากค่ะ โดยมีการระบุตำแหน่งการจัดแถวที่ชัดเจน ทั้งแบบ "หน้ากระดาน" และ "ปีกกา" ความพิเศษคือการระบุตัวบุคคลผู้รับผิดชอบในแต่ละตำแหน่งไว้อย่างแม่นยำ ซึ่งถือเป็นยุทธวิธีที่ทันสมัยและเป็นระบบมาก ช่วยให้การบัญชาการในสนามรบท่ามกลางความมืดหรือความโกลาหลเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดค่ะ
6. บทสรุป
ผังจัดทัพภาษาอาหรับบนผ้าประเจียดของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ไม่ได้เป็นเพียงร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ดูแปลกตาเท่านั้นนะคะ แต่สิ่งนี้คือ "จุดตัดของสองโลก" ที่พิสูจน์ให้เห็นถึงบทบาทอันยิ่งใหญ่ของชาวมุสลิมในการกอบกู้เอกราชของชาติไทยอย่างชัดเจนที่สุดค่ะ การที่ภาษาอาหรับถูกนำมาใช้จารึกยุทธศาสตร์สำคัญไว้บนวัตถุมงคล สะท้อนให้เห็นว่าชาวมุสลิมไม่ได้เป็นเพียงผู้อาศัย แต่คือ "กัลยาณมิตร" และ "ขุนพลคู่พระทัย" ที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากองค์มหากษัตริย์ค่ะ
ความปรีชาสามารถของพระเจ้าตากสินที่แสดงผ่านผืนผ้านี้ ไม่ใช่แค่การรบที่กล้าหาญ แต่คือความฉลาดในการบริหารจัดการ "ข้อมูลลับ" และการให้เกียรติในภูมิปัญญาสากลของกลุ่มกองอาสาแขกเทศอย่างลึกซึ้งค่ะ การจารึกผังรบลงบนผืนผ้าที่เต็มไปด้วยศรัทธาของชาวมุสลิมเช่นนี้ คือมรดกทางความคิดที่ยืนยันว่า ความรุ่งเรืองของกรุงธนบุรีไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยเพียงกำลังศาสตราเพียงอย่างเดียว แต่ถูกสร้างขึ้นด้วยสติปัญญาอันเฉียบแหลม มิตรภาพที่เหนียวแน่นของพี่น้องชาวมุสลิม และความสามัคคีที่ไร้พรมแดนอย่างแท้จริงค่ะ
บรรณานุกรม
กรมศิลปากร. (2542). สมุดภาพตำราพิชัยสงครามสมัยอยุธยา ฉบับฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร.
จุฬิศพงศ์ จุฬารัตน์. (2546). ขุนนางมุสลิมสมัยอยุธยา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เทพชู ทับทอง. (2525). กรุงธนบุรี และพระเจ้าตากสินมหาราช. กรุงเทพฯ: สุริยบรรณ.
ธีรยุทธ ประสิทธิ์. (2561). "อิทธิพลเปอร์เซียและอาหรับในประวัติศาสตร์ไทยสมัยอยุธยาถึงธนบุรี". วารสารประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
มุสลิมไทยโพสต์. (2562). "เปิดผังจัดทัพ สมัยพระเจ้าตากสิน จารึกเป็นภาษาอาหรับ". [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://news.muslimthaipost.com/news/32988
มูลนิธิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช. "ประวัติศาสตร์ทหารมุสลิมในสมัยธนบุรี". [ออนไลน์].
ศิลปวัฒนธรรม. "เปิดความลับผังรบมุสลิมในทัพพระเจ้าตากสิน". [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://www.silpa-mag.com
อาซีซัน เบนหาวัน. (2564). "ถอดรหัสรหัสลับภาษาอาหรับบนผ้ายันต์พระเจ้าตากสิน". บทความเผยแพร่ความรู้สถาบันไทยคดีศึกษา.
เอกสารประกอบการศึกษา KMUTT Library. "Chapter 6: The Battles of King Taksin the Great Against Burma". [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://www.lib.kmutt.ac.th
Journal of the Siam Society (JSS). (2014). "On the Trail of King Taksin's Samutphap Traiphum". [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://so06.tci-thaijo.org
รวมรวมและเรียบเรียงโดย Roi-Wela



