top of page

บุษบงฝั่งธนบุรีสู่คุ้มหลวงพระนครจารึกชีวิต 'เจ้าจอมจีบ' กุหลาบงามแห่งศรัทธาในรัชสมัยที่ ๒

  • 22 ก.พ.
  • ยาว 1 นาที

รอยต่อแห่งกาลเวลาและอำนาจของกรมท่าขวา


ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ ๒) กรุงรัตนโกสินทร์เข้าสู่ยุคแห่งการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและความมั่นคงทางการค้า ความสัมพันธ์ระหว่างราชสำนักและกลุ่มขุนนางมุสลิมสายตระกูล "เฉกอะหมัด" ทวีความสำคัญขึ้นอย่างยิ่ง เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้คือผู้กุมบังเหียน "กรมท่าขวา" ซึ่งรับผิดชอบกิจการค้าขายกับโลกตะวันตก อินเดีย และมุสลิมทั่วโลก


ท่ามกลางบรรยากาศการขยายตัวของราชสำนักฝ่ายใน สตรีผู้หนึ่งนามว่า "จีบ" ได้ก้าวเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นใน ไม่ใช่ในฐานะสามัญชนทั่วไป แต่ในฐานะ "ธิดาของจุฬาราชมนตรี" ผู้เป็นฟันเฟืองสำคัญของอาณาจักร


เขตพระราชฐานชั้นในในอดีตขอบคุณภาพจาก                                                                                                                                    ภาพจาก https://www.silpa-mag.com/history/article_103023 
เขตพระราชฐานชั้นในในอดีตขอบคุณภาพจาก ภาพจาก https://www.silpa-mag.com/history/article_103023 

รากเหง้าและวงศ์วาน: บุตรีแห่งพระยาจุฬาราชมนตรี (เถื่อน)


เจ้าจอมจีบ เป็นบุตรีของ พระยาจุฬาราชมนตรี (เถื่อน) หรือในชื่อทางศาสนาคือ อามิรระชามุฮัมมัดการีม ท่านเถื่อนถือเป็นบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์มุสลิมไทย เพราะท่านดำรงตำแหน่งเป็นจุฬาราชมนตรีท่านที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อจากบิดา (ท่านก้อนแก้ว) และเป็นผู้ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงจากรัชกาลที่ ๒ ให้ดูแลกิจการศาสนาอิสลามและกองอาสาจาม


การเติบโตของเจ้าจอมจีบในย่าน "บ้านแขก" หรือบริเวณรอบมัสยิดต้นสนฝั่งธนบุรี ทำให้ท่านได้รับการหล่อหลอมทั้งในด้านหลักธรรมคำสอนของอิสลามนิกายชีอะฮ์ และกิริยามารยาทแบบขุนนางชั้นสูง เมื่อท่านได้รับคัดเลือกให้ถวายตัวเข้าสู่ตำแหน่งพระสนม จึงเป็นการนำพา "เกียรติยศแห่งสายเลือดเฉกอะหมัด" เข้าไปประดิษฐานอยู่ในหัวใจของพระบรมมหาราชวัง


ตัวอย่างหีบหมากทองคำ หนึ่งในเครื่องยศของเจ้าจอม                                                                                   ภาพจาก https://oer.learn.in.th/search_detail/result/104425
ตัวอย่างหีบหมากทองคำ หนึ่งในเครื่องยศของเจ้าจอม ภาพจาก https://oer.learn.in.th/search_detail/result/104425

วิถีชีวิตฝ่ายใน: การรักษาศรัทธาท่ามกลางประเพณีหลวง


ในยุคทองของวรรณคดีและศิลปะสมัยรัชกาลที่ ๒ เขตพระราชฐานชั้นในคือศูนย์กลางของความประณีต เจ้าจอมจีบต้องปรับตัวเข้ากับจารีตวังหลวงที่เต็มไปด้วยระเบียบปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าสตรีมุสลิมในราชสำนักได้รับ "เสรีภาพทางศรัทธา" อย่างน่าอัศจรรย์


ในฐานะบุตรีของผู้นำศาสนาอิสลามที่ถวายตัวเข้ามารับราชการฝ่ายใน เจ้าจอมจีบคือตัวแทนของสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างราชสำนักจักรีและขุนนางมุสลิม แม้จารีตวังหลวงในสมัยนั้นจะมีความเข้มงวด แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 2 ที่ทรงเข้าใจในพหุวัฒนธรรมและการให้เกียรติขุนนางกรมท่าขวามาโดยตลอด จึงเป็นที่เชื่อได้ว่าท่านสามารถดำรงตนและรักษาศรัทธาตามวิถีอิสลามได้อย่างสง่างามภายใต้ร่มพระบารมี


อำนาจซอฟต์พาวเวอร์และการเชื่อมต่อโลกภายนอก


แม้เจ้าจอมจีบจะไม่มีพระราชโอรสหรือพระราชธิดา (ไม่มีสถานะเป็นเจ้าจอมมารดา) แต่บทบาทของท่านคือการเป็น "สะพานเชื่อมโยง" ระหว่างราชสำนักและกรมท่าขวา ในยุคนั้นสตรีฝ่ายในที่มีตระกูลเบื้องหลังแข็งแกร่งมักจะเป็นผู้ส่งผ่านข่าวสารและความต้องการระหว่างขุนนางภายนอกและกษัตริย์ บารมีของพระยาจุฬาราชมนตรี (เถื่อน) บิดาของท่าน ประกอบกับตำแหน่งของท่านในวัง ทำให้กลุ่มขุนนางมุสลิมสามารถดำเนินงานด้านการค้าต่างประเทศได้อย่างราบรื่น ภายใต้การสนับสนุนของราชสำนัก


กุโบร์มัสยิดต้นสน                                                                                                                                                                                          ภาพจาก https://islamhouse.muslimthaipost.com/article/22340
กุโบร์มัสยิดต้นสน ภาพจาก https://islamhouse.muslimthaipost.com/article/22340

วาระสุดท้ายและการกลับคืนสู่มาตุภูมิ


เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. ๒๓๖๗ เจ้าจอมจีบได้กราบทูลลาออกมาพำนักอยู่ภายนอกเช่นเดียวกับพระสนมท่านอื่นๆ ท่านเลือกที่จะกลับมายังถิ่นพำนักเดิมที่ฝั่งธนบุรี เพื่อช่วยดูแลกิจการในตระกูลและทำนุบำรุงศาสนา ท่านใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบเรียบง่าย และได้รับการเคารพนับถือในฐานะ "เจ้าจอมผู้ใหญ่" ของตระกูล


เมื่อท่านถึงแก่อนิจกรรม ร่างของท่านได้ถูกนำไปฝังตามหลักศาสนาอิสลาม ณ กุโบร์มัสยิดต้นสน ซึ่งเป็นสถานที่ฝังศพอันศักดิ์สิทธิ์ของวงศ์ตระกูลเฉกอะหมัดจนถึงปัจจุบัน หลุมศพของท่านยังคงตั้งอยู่อย่างสงบ เป็นประจักษ์พยานถึงบทบาทสตรีมุสลิมที่เคยยืนอยู่ ณ จุดสูงสุดของโครงสร้างสังคมไทยในฐานะพระสนมผู้จงรักภักดี

 

บรรณานุกรม (อ้างอิงและค้นคว้าเพิ่มเติม)


  • กุศล เอี่ยมอร่าม. "พระสนมมุสลิมในราชสำนักรัตนโกสินทร์ (Muslim Royal Concubine)." วารสารประวัติศาสตร์ (Journal of History). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://so01.tci-thaijo.org/index.php/JOH/article/view/156557

  • จุฬาราชมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย, สำนักงาน. "พระยาจุฬาราชมนตรี (เถื่อน - มุฮัมมัดซอเลฮ์)." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://www.cicot.or.th/th/chularatchamontri/detail/24/

  • ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. "แถลงพระอธิบายเรื่องตระกูลเฉกอะหมัด." กรุงเทพฯ: หอสมุดแห่งชาติ. (เอกสารสำคัญที่แจกแจงสายเลือดและการถวายตัวของสตรีในตระกูล)

  • ตระกูลบุนนาค. "ประวัติเจ้าพระยาบวรราชนายก (เฉกอะหมัด) ต้นสกุลบุนนาค." กรุงเทพฯ: มูลนิธิสกุลบุนนาค.

  • มุสลิมไทยโพสต์. "4 เจ้าจอมมุสลิม ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ มีใครบ้าง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://news.muslimthaipost.com/news/38225

  • ศิลปวัฒนธรรม (กองบรรณาธิการ). "สกุลบุนนาค." กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๔๒.

  • สุจิตต์ วงษ์เทศ. "เฉกอะหมัด ต้นตระกูลบุนนาค และจุฬาราชมนตรี." กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๔๕.

 
 

เกี่ยวกับเรา

ติดต่อเรา

แนะนำข้อมูล

สนับสนุนโครงการหอประวัติศาสตร์มุสลิมไทย

  • Line
  • Facebook

อัตราโฆษณา

  • โฆษณาหน้าหลัก (Line)

  • โฆษณาใน Video

  • โฆษณาในบทความ

บริจาคสิ่งของประวัติศาสตร์

บริจาคภาพประวัติศาสตร์

เสนอบทความ

logo-bgW_edited.png

447 ถ. อรุณอมรินทร์ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600

©2025.ลิขสิทธิ์ของ หอประวัติศาสตร์มุสลิมไทย พัฒนาโดย ทีมคุณฟาอิ๊ก

bottom of page