พระยาราชวังสัน (บัว)
- 26 พ.ย. 2568
- ยาว 1 นาที
ผู้เรียบเขียนและเรียบเรียง ‘นูรุดดีน’ มุสลิมไทย ที่ชอบเล่าเรื่องประชาชาติมุสลิมจากทุกมุมโลก

จางวางอาสาจามท่านสุดท้าย ขุนนางมุสลิมผู ้สูงเกียรติแห่งสยาม กองอาสาอาสาจาม หรือ กรมอาสาจาม คือ กลุ ่มนักรบเรืองนามแห่งอาณาจักรสยาม กลุ ่มคนที่อาสาสู ้ศึก-ป้องแผ่นดิน ซึ่งพระยาราชวังสัน ต าแหน่งจางวางอาสาจาม นั ้น มีปรากฏในกฎมณเฑียรบาล ท าเนียบศักดินาขุนนางอาสาจาม พ.ศ.2001 สมัย สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ และได้จารึกเกียรติภูมิอย่างโดดเด่นยุคสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกู้ ชาติ สรุปได้ว่า กองอาสาอาสาจาม เป็นกองก าลังรบในสยามผ่านกาลเวลา-ข้ามยุคสมัย
กระทั่ง ใน พ.ศ.2430 สมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู ่หัว มีการปฏิรูปราชการทหาร ให้ตั้ง กรมยุทธนาธิการ เปรียบเสมือนการยุติบทบาทของกรมอาสาหกเหล่าอย่างโบราณลง และ กองอาสาอาสาจาม ก็ได้ถูกยุบเลิกไปในครานั้น หลังอยู ่คู ่สยามมาร่วม 430 ปี ส่งผลให้ผู ้ครองบรรดาศักดิ ์ พระยาราชวังสัน ใน ต าแหน่งจางวางอาสาจาม ก็สิ ้นสุดลงไปด้วย!! พระยาราชวังสัน (บัว) จึงเป็น พระยาราชวังสัน จางวางอาสาจาม ท่านสุดท้าย และเป็นหนึ่งในจางวางอาสาจามที่โดดเด่นในการเป็นขุนนางทหารถึง 3 รัชการ พระยาราชวังสัน (บัว) ชาวบ้านครัว* เป็นบุตรของ พระยาราชวังสัน (ฉิม) หลานปู ่ของ พระยาราชวังสัน (แม้น) เกิดเมื่อ ร.ศ. 34 (จ.ศ. 1177) หรือ พ.ศ.2358 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ต าแหน่งราชการเติบโตตามล าดับ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั ่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็น มหาดเล็กเวรฤทธิ ์, ขุนวิสูตรเดชะ และ ปลัดกรมอาษาจามซ้าย ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็น หลวงสรเสนี เป็น เจ้ากรมอาษาจามขวา เป็น พระยาราชวังสรรจางวางกรมอาษาจาม หลัง พระยาราชวังสัน (ฉิม) ถึงแก่อนิจกรรม โดยในสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู ่หัว ได้รับมอบหมายให้ พระยาราชวังสัน (บัว) ท าหลายภารกิจ เช่น ปี พ.ศ.2419 อั้งยี่ในเมืองภูเก็ตสองก๊ก เกิดปะทะกัน สาเหตุจากการแย่งชิงผลประโยชน์ ชาวจีนที่ก าลังคลั ่ง ถืออาวุธ 300-400 คนก่อเหตุจลาจลถึงขนาดจะชิงบ้านชิงเมืองที่ระนอง ต่อเนื่องลงไปถึงภูเก็ต พระยาราชวังสัน (บัว) ร่วมทัพ พระยาเทพประชุน(ท้วม) ได้ลงไปปราบ โดยรวบรวมรี ้พลทั ้งไทยและมลายูที่ไปจากหัวเมืองปักษ์ใต้ร่วมกัน ซึ ่งรวมทั ้งก าลังจากกองทัพเมืองไทรบุรี(เกอดะฮ์) ที่น าโดย พระเสนีณรงค์ฤทธิ รายามุดา (ภายหลัง คือ สุลต่านอับดุล ฮามิด หรือ เจ้าพระยาฤทธิสงครามรามภักดีฯ) พวกอั ้งยี่เกรงก าลัง จึงอ่อนน้อมโดยดี เหตุการณ์จึงได้สงบลง จากนั้น พระยาราชวังสัน (บัว) ได้รับพระราชโองการให้ดูแลปกครองเมืองภูเก็ตกับพังงาถึงสองครั้ง พ.ศ.2420 ในช่วงเวลาที่ต้องบูรณะฟื ้นฟูเมือง

ตลอดชีวิตขุนนางของท่าน ถือว่าเป็นขุนนางมุสลิมสยามที่มากด้วยบารมีมี สูงด้วยเกียรติยศ ได้รับเครื่องราชอิริยาภรณ์ชั้นที่ 3 ตติยจุลจอมเกล้า ต.จ. ได้รับ พระราชทานพานทอง และ ตราจุลจอมเกล้าพระบรมราชาภิเษก ปีกาเบญจศก พ.ศ.2416 ขณะที่อายุ 58 ปี
พระยาราชวังสัน (บัว) ถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา เมื่อวันศุกร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ.2436 สิริอายุรวม 78 ปี ศพฝังที่ สุเหร่ากองอาสาจาม หรือ มัสยิดยามีอุลค็อยรียะห์ ซึ่งอยู ่ในชุมชนบ้านครัว แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร นอกจาก พระยาราชวังสัน (บัว) แล้วชุมชนบ้านครัว* มีประวัติบุคคลส าคัญประวัติศาสตร์ไทยหลายคน อาทิ เช่น พระยาราชบังสัน (แม้น, ฉิม), หลวงปรีขาชาญสมุทร (ซอ โสตะจินดา) อดีตผู ้บัญชาการเรือหลวงมกุฏราชกุมาร, หลวงสาครยุทธวิชัย (หมัด หัสตานนท์) อดีตผู ้บัญชาการกองเรือกล, พระพลสิน (แอ ไอศนาวิน), อ.ดิเรก กุลสิริสวัสดิ ์ (อิบราฮีม กุเรชี) ผู ้แปลพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่านเป็นภาษาไทย และเป็นสุสานของตระกูลต่างๆ ภาพ ตราจุลจอมเกล้าพระบรมราชาภิเษก ปีกาเบญจศก พ.ศ.2416 ที่ พระยาราชวังสัน (บัว) ได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทาน, สุเหร่ากองอาสาจาม หรือ มัสยิดยามีอุลค็อยรียะห์ ชุมชนบ้านครัว ถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร, แผ่นหินที่ขุดได้บริเวณกุโบร์พระยาราชวังสัน(บัว) เมื่อต้นปี ี ้ พ.ศ.2566, ภูเก็ตในอดีต และ สมาชิกกลุ ่มอั้งยี่ ในสมัย ร.5
* ผู้เรียบเขียนและเรียบเรียง ‘นูรุดดีน’ มุสลิมไทย ที่ชอบเล่าเรื่องประชาชาติมุสลิมจากทุกมุมโลก



