เจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ (หมุด)
- Danish Seksan
- 24 ธ.ค. 2568
- ยาว 2 นาที

จากข้าหลวงภาษี สู่แม่ทัพใหญ่ ในภารกิจ‘รวมแผ่นดินเป็นหนึ่ง’
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จสวรรคตมากว่า 200 ปี แต่หลายเรื่องเกี่ยวกับพระองค์ยังเป็นที่ร่ำลือ ไม่ว่าจะเป็นคุณูปการที่กอบกู้บ้านเมือง พระอัจฉริยะภาพทางการทหาร แต่ในที่นี่ซึ่งจะพูดถึง คือ เจ้าพระยาจักรี(หมุด) ‘ทหารมุสลิมคู่พระทัย’ ซึ่งหลายคนเชื่อว่า ไม่มีท่านผู้นี้ การกู้ชาติ สถาปนากรุงธนบุรีและรวมแผ่นดิน อาจยาก หรือ อาจถึงขั้นไม่เกิดขึ้น
เจ้าพระยาจักรี หรือ เจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ ขุนนางมุสลิม สมุหนายกคนแรกในแผ่นดินกรุงธนบุรี คนทั้งหลายมักเรียกกันว่า เจ้าพระยาจักรีแขก มีชื่อจริงว่า ‘หมุด’ หรือ ‘มะห์มู๊ด’
ท่านหมุด เป็นบุตรชาย หลวงลักษมณา(บุญยัง) มีปู่ คือ พระยาพิชิตภักดีศรีพิชัยสงคราม (เตาฟิค) เจ้าเมืองไชยา ส่วนทวดของท่าน คือ สุลต่านมุสตาฟา สายตรง สุลต่านสุลัยมาน ขณะที่มารดา คือ หม่อมดวง นางห้าม ที่ พระเจ้าเสือ (สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8) พระราชทานให้ท่านบุญยัง-ผู้พ่อ หลังมีความดีความ

ชอบครั้งใหญ่
กล่าวได้ว่า หากมีใครสักคนที่จะถูกเรียกว่า รัฐบุรุษแห่งสยามในศตวรรษที่ 18 ผู้คู่ควรจะถูกเลือก คือ เจ้าพระยาจักรี (หมุด) ทรงเกียรติ-มากบารมี และภักดี ขึ้นเป็นสมุหนายกแห่งกรุงธนบุรี เมื่ออายุ 40 ปี อัครเสนาบดีผู้ขับเคลื่อนพลังทั้งหมดที่มี เพื่อรวมแผ่นดินที่แตกสลาย ให้กลับกลายเป็นปึกแผ่นอีกครั้ง!!
กำเนิดในในสาแหรกขุนนางมุสลิมที่มั่งคั่ง แวดล้อมไปด้วยเครือญาติที่เป็นขุนนางใหญ่มากบารมี เส้นทางในราชสำนัก ท่านหมุด ได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กตามธรรมเนียมลูกหลานชนชั้นสูง เป็น หลวงศักดิ์นายเวร* หรือ หลวงนายศักดิ์ ในแผ่นดิน พระเจ้าเอกทัศน์ (สมเด็จเจ้าฟ้าพระที่นั่งสุริยามรินทร์ : กษัตริย์องค์สุดท้ายของกรุงศรีอยุธยา) จากนั้นได้รับแต่งตั้งให้เป็น ข้าหลวงเก็บภาษี ทางหัวเมืองชายทะเลตะวันออก ขณะอยู่เมืองจันทบูรณ์(จันทบุรี-หัวเมืองชั้นตรี มีความสำคัญเป็นเมืองท่าการค้าสำคัญในภาคตะวันออก)

หลวงนายศักดิ์(หมุด) เก็บภาษีได้ 300 ชั่ง* ไม่ทันกลับเข้ากรุง ก็ทราบข่าวกรุงแตก พระยาจันทบุรี ขอรับเงินภาษีไว้เอง ท่านหมุดไม่ยอม จึงได้นําเงินจํานวนนี้ไปซ่อนไว้ ตกค่ำให้จีนโห่ร้องมาปล้น แล้วแจ้งแก่พระยาจันทบุรีว่า เงินส่วยได้ถูกปล้นไปหมดแล้ว พระยาจันทบุรีจึงสั่งให้จับคุม แต่หลวงนายศักดิ์ไม่ยอม เพราะมีกําลังคนและจีนโต้เหี่ย-จะรบกันก็ไม่มีเกรง ยังไม่ทันได้เข้าปะทะ ทัพพระเจ้าตากก็ไปถึง แต่พระยาจันทบุรีไม่ให้เข้าเมือง เห็นดังนั้นหลวงนายศักดิ์ที่เคยสนิทสนมคุ้นเคยกันตั้งแต่เยาว์วัย ได้พา จีนโต้เที่ย* จํานวน 500 คน กับเงิน 300 ชั่ง ออกจากเมืองจันท์ ไปมอบให้แก่พระเจ้าตาก และร่วมมือกันยึดเมืองจันทบุรีไว้ได้ แล้วสร้างกองเรือรบขึ้น โดยใช้เงินค่าส่วยค่านาที่หลวงนายศักดิ์มอบให้เป็นทุนสําคัญ และโปรดให้ท่านหมุดให้เป็นแม่ทัพ ยกไปเป็นกองหน้าไปที่ชุมนุมเจ้านคร
เมื่อได้รับพระบรมราชโองการแล้ว ท่านหมุดได้เดินทางไปเมืองไชยา กับกําลังทหารเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ท่านได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจาก พระยาพิชิตภักดี เจ้าเมืองไชยา(บุตรชายท่านเตาฟิค) ซึ่งเป็นลุงของท่านเอง ให้การช่วยเหลือจัดการต่อเรือให้ที่ท่าชนะ พร้อมกับเกณฑ์ผู้คนที่ชํานาญการทางเรือตั้งเป็นกองเรือ จากทัพเล็กกลายเป็นทัพใหญ่ที่มีวินัย กรีฑาพลปิดล้อมและตีเมืองนคร ซึ่งมี เจ้าพระยานคร (หนู) ตั้งตนเป็นพระมหากษัตริย์นครศรีธรรมราช ภายหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง
เข้าใจว่าขณะนั้น หลวงนายศักดิ์คง ดํารงตําแหน่ง พระยายมราช แม่ทัพเรือ ในปี พ.ศ. 2312 หลังตีเมือง

นครได้ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี จึง โปรดเกล้าฯให้เลื่อนเป็น เจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ อัครเสนาบดี แม้จะพิชิตชุมนุมเจ้านครศรีธรรมราชได้ แต่ เจ้าพระยานครฯ (หนู) หนีไปพึ่ง สุลต่านมูฮาหมัด เจ้าเมืองปัตตานี
เจ้าพระยาจักรี (หมุด) มีหนังสือถึง สุลต่านมูฮาหมัด เจ้าเมืองปัตตานี ขอให้ส่งตัวเจ้าเมืองทั้งสามให้แก่ฝ่ายธนบุรี สุลต่านมูฮาหมัดเจ้าเมืองปัตตานี เห็นแสนยานุภาพของทัพท่านหมุด จึงยินยอมส่งตัว เจ้าพระยานครฯ (หนู) เจ้าพัฒน์-บุตรเขย, หลวงสงขลา(วิเถียน) และ พระยาพัทลุง (พระพิมลขัน-สามีท้าวเทพสตรี) โดย เจ้าพระยานครฯ (หนู) จึงถูกจับกุมและนำตัวพร้อมครอบครัวไปยังเมืองนครศรีธรรมราช ส่งผลให้ชุมนุมนครศรีธรรมราชจึงสิ้นสุดลงและถูกผนวกรวมเข้ากับธนบุรีในที่สุด เพราะศักยภาพของท่านหมุดโดยแท้จริง
โคลงยอพระเกียรติพระเจ้ากรุงธนบุรี ซึ่งแต่งโดยนายสวน มหาดเล็ก เมื่อปี พ.ศ.2414 ได้กล่าวถึง เจ้าพระยาจักรี สมุหนายก ไว้ตอนหนึ่งว่า
ฝ่ายหมู่มุขมาตย์เฝ้า | บริบาล | |
ชาญกิจชาญรงค์ชาญ | เลิศล้วน | |
สมุหกลาโหมหาญ | หาญยิ่ง | |
นายกยกพจน์ถ้อย | ถี่ถ้อยขบวนความ |
เรื่องราวของเจ้าพระยาจักรี (หมุด) นี้ยังมีอีกมากมาย บุตรชายคนโตของท่าน เป็น พระยายมราชเกษตราธิบดี (หมัด) ว่าที่สมุหนายก ในกาลต่อมา บุตรคนรอง พระยาราชวังสัน (หวัง) แม่ทัพเรือ บุตรคนเล็ก คือ หลวงลักษมณา สูญเสียในการศึกเมืองนคร ทั้ง 4 ท่าน ต่างเป็นขุนศึก และเป็นบุคคลสำคัญช่วงรัชสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี
ในระหว่างรับราชการ เจ้าพระยาจักรี (หมุด) เป็นที่โปรดปรานมาก สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ได้พระราชทานที่ดินใกล้พระราชวัง ให้เป็นที่พักอาศัยของบรรดาญาติพี่น้องได้อยู่รวมกัน เมื่อท่านหมุดถึงแก่อสัญกรรมในปี พ.ศ.2317 พระเจ้ากรุงธนบุรีได้เสด็จมาร่วมในพิธีฝังศพ ทรงปลูกต้นลั่นทมและโปรดเกล้าฯพระราชทานที่ดินให้แก่มัสยิดเพิ่มเติม ซึ่งที่พำนักสุดท้ายของท่านอยู่ที่มัสยิดต้นสน บางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
บันทึกการต่อสู้ที่สำคัญของ เจ้าพระยาจักรี (หมุด) ยุทธการที่โพธิ์สามต้น (พ.ศ.2310) : ชัยชนะ, ยุทธการบางกุ้ง (พ.ศ. 2310): ชัยชนะ, ยุทธการเมืองพิษณุโลก (พ.ศ.2311) : ถอยทัพเพื่อรักษากำลังพล, ยุทธการเมืองพิมาย (พ.ศ.2311) : ชัยชนะ, ยุทธการนครศรีธรรมราช (พ.ศ.2312): ชัยชนะ, ยุทธการเมืองสว่างบุรี (พ.ศ.2313): ชัยชนะ และ ยุทธการฮาเตียน (บันทายมาศ) (พ.ศ.2314): ชัยชนะ
*****
หลวงลักษมณา(บุญยัง) คําว่า ลักษมณา Laksamana ในภาษามลายู แปลว่า นายพลเรือ
หลวงศักดิ์นายเวร บรรดาศักดิ์ชั้น ‘หลวง’ ในระบบขุนนางไทยโบราณ เทียบเคียงได้กับข้าราชการ ระดับ 5 หรือ ระดับ 6 ในปัจจุบัน
ข้าหลวงเก็บภาษี คือ เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจจากส่วนกลาง โดยมีหน้าที่ประเมินและเรียกเก็บตามกฎเกณฑ์
จีนโต้เที่ย ใช้เรียกคนจีนแต้จิ๋วในยุคนั้น
(ภาพ เจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ (หมุด), อาณาจักรกรุงธนบุรี, มัสยิดต้นสน ที่ตั้งกุบูรเจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ (หมุด), ภาพลายเส้นการเดินทัพทางเรือในสมัย เจ้าพระยาจักรี (หมุด)
1 ชั่ง 80 บาท ดังนั้น 300 ชั่ง เท่ากับ 24,000 บาท เป็นเงินจำนวนมาก เพราะยุคนั้นใครมีเงิน 100 ชั่ง ก็ถือเป็นมหาเศรษฐี
ผู้เขียนและเรียบเรียง ‘นูรุดดีน’ มุสลิมไทย ที่ชอบเล่าเรื่องประชาชาติมุสลิมจากทุกมุมโลก
อ้างอิง : Forging Islamic Power and Place in Mecca and Southeast Asia, ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๕๓ พงษาวดารเมืองนครศรีธรรมราช, พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม), พระราชพงษาวดารกรุงเก่า (ฉบับหมอบรัดเล, การเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี. กรุงเทพฯ, Thailand A Short History ; David K. Wyatt

